Zombyundead's profile- -<> [){} lT []R [}|E <...PhotosBlog Tools Help

Blog


    11/24/2009

    ปัญหา

     
     
    มีปัญหา...
     
    ไม่มีทางแก้....
     
    เป็นเรื่อง"เซนซิทีฟ"...พูดยาก เข้าใจยาก
     
    นิ่งๆ...แต่อยากจะบ้าตาย
     
    คนเรา...พูดกันตรงๆ ไม่ได้ดีเสมอไป
     
    บางเรื่องต้อง...อ้อมไปอ้อมมา...เลี่ยงคำพูดกระทบจิตใจ
     
    ซึ่งยากชะมัด...
     
    จนถึงตอนนี้ก็เลย...ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไร
     
    แล้วก็เหมือน...ไม่มีความสุขเอาซะเลย
     
    ที่มานั่ง...หลบเลี่ยงปัญหาไปมาอยู่อย่างนี้
     
    เพราะเรามีความคิด...เราจึงเป็นคน
     
    เมื่อไหร่ไม่อยากใช้ความคิด...คือไม่อยากเป็นคน
     
    ถ้ามั่นใจในความเป็นคนของตัวเอง...ต้องคิด
     
    แล้วทางออกของปัญหาจะมาเอง
     
    อาจจะยาก...ก็ต้องคิด
     
    หรือจะจมอยู่แบบนี้?
     
     
     
     
     
    11/14/2009

    รู้สึกเบื่อ

     
    ไม่มีอะไรที่อยากทำ
     
    มีเรื่องที่ต้องทำ แต่ไม่อยากทำตอนนี้
     
     
    11/8/2009

    ทำไม?

     
    ทำไม?
     
    เราทำอะไรผิดเหรอ เราพูดอะไรผิดไปตรงไหน
     
    เราพยายามที่สุดแล้วนะ
     
    ที่จะปฏิสัมพันธ์ด้วย
     
    ทั้งที่เราก็กลัว
     
    ทั้งที่ถ้าไม่ใช่เพราะป๊าก็คงไม่รบกวน
     
    เราอุตส่าห์ทำใจดีสู้เสือ
     
    คิดว่าเรื่องอย่างนี้ เขาคงจะช่วยเราได้
     
    แต่ก็...กลับกลายเป็นแบบนี้
     
    เสียใจที่สุดในโลก
     
    เรามันแย่มากเลยใช่มั้ยอ่ะ
     
    เราเป็นเด็กไม่ดี เราก็รู้ตัว
     
    แต่ไม่คิดว่าจะแย่จน...ขนาดนี้
     
    ขอลาเลยแล้วกัน
     
    ไม่ว่ายังไงก็คงจะไม่พยายามอีก
     
    ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำตามหน้าที่
     
    เราก็ขอลาออก
     
    พูดตรงๆว่าเสียความรู้สึกโคตรๆ
     
    จะว่าเราอ่อนแอหรือไม่มีความอดทนก็ได้
     
    ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เราถึงรู้สึกอดทนกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย
     
    ไม่รู้ทำไมเราต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้ด้วย
     
    ทำไม?
     
    ....
     
    ...
     
     
    10/5/2009

    ไม่พึงใจ

     
     
    ทั้งที่มีเรื่องควรกระทำ กลับไม่นึกอยากกระทำ
     
    เรื่องที่อยากกระทำ กลับมิอาจกระทำได้
     
    ช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร
     
    ในเวลาเช่นนี้...
     
    คล้ายลอยไปกับกอสวะที่มิอาจควบคุมทิศทาง
     
    จิตใจคล้ายหนักอึ้งคล้ายล่องลอย
     
    บัดเดี๋ยวดีบัดเดี๋ยวร้าย
     
    สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไป
     
    โดยไม่รู้ว่าใจปรารถนาสิ่งใดกันแน่
     
    เพียงหวังให้ความขุ่นข้องหมองใจทุเลาเบาบาง
     
    สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่กระทำ...
     
    คือความปรารถนาที่แท้จริงหรือไม่
     
    ม่านหมอกควันที่โรยตัวลงมาบดบังสายตา
     
    ล่อลวงให้เราเลื่อนลอยไร้สติ
     
    และเคว้งคว้าง...มองไม่เห็นหนทาง
     
    ....
     
    ....
     
    ปล. เบื่อสุดชีวิต คิดทำอะไรไม่สมใจ จึงเป็นฉะนี้แล
     
     
     
    9/6/2009

    เศร้าใจ...

    ...
     
    ...
     
    เคยเป็นกันมั้ย?
     
    จู่ๆก็เกิดรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา
     
    ไม่มีเหตุผล ที่มาที่ไปอะไร
     
    บางครั้ง ความรู้สึกของเรา...
     
    ก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน
     
    เหมือนลมพัดผ่านมา
     
    หอบเอาสะเก็ดความเศร้าบางเบา ปลิวมาติดที่ปลายผม
     
    เสียงเพลงลอยมาจากที่ห่างไกล
     
    หวานแผ่วและเศร้าสร้อย
     
    เมฆสีเทาลอยเกลื่อนท้องฟ้า
     
    บดบังแสงอาทิตย์ให้สลัวราง
     
    เมื่อครู่นี้เอง ที่ฟ้ายังสดใส
     
    นกน้อยยังขับขานบทเพลงเริงร่า
     
    สายลมยังหอบเอากลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งลอยมา
     
    ตรงนั้น ก็ยังมีรอยยิ้ม
     
    ไม่มีเหตุผลเลยแม้จนนิดเดียว
     
    ที่สิ่งนี้เกิดขึ้น กับความรู้สึก
     
    จู่ๆก็เกิดเศร้าขึ้นมา...
     
    และทุกเรื่องเศร้าก็เผยออกมา
     
    จากความทรงจำ
     
    ...
     
    ...
    9/2/2009

    ฉัน...

     

    ฉันเข้าใจ...

    อยากจะโกรธ

    แต่เพราะเข้าใจเธอ...

    ฉันไม่โกรธ

    ด้วยตรรกะของเธอ...

    ฉันผิด

    เพราะฉันเป็นแบบนี้...

    ฉันผิดเสมอ

    ฉันอาจทำได้ไม่ดีไปมากกว่านี้

    เธออาจจะไม่เข้าใจฉัน

    ก็ไม่เป็นไร

    ฉัน...กับเธอ

    ...

    ...

     

     

    7/30/2009

    บ้า

     
    บางสิ่ง อยู่ข้างใน ไม่รู้ ตัดสินใจ ไม่เลือก เลือกไม่ได้ ไม่มีตัวเลือก ต้องบังคับ ทำได้ ทำดีแล้ว ใช่มั้ย ตัดสินใจ ไม่มีสิ่งนั้น ไม่มีทาง ยังมีใคร ไม่ได้ตัวคนเดียว ไม่เป็นไร เราไม่ใช่ ไม่ได้คิดอะไร ไม่เคยคิด ไม่เศร้า ไม่เสียใจ มีความสุข ไม่ต้องใส่ใจ สิ่งที่ไม่สำคัญ ไม่จำเป็น ไม่ตาย
     
    ไม่อยากเมา แต่ไปกินเหล้ากัน
    6/13/2009

    ขอโทษและให้อภัย

     
     
    ข้อเขียนวันนี้ ขอเริ่มด้วยคำสองคำ
     
    คำว่า "ขอโทษ" และ "ให้อภัย"
     
     
    ขอโทษ คือคำที่เอ่ยเพื่อแสดงความสำนึกผิด
     
    และขอรับการอภัยจากผู้ที่ได้ล่วงเกินไป
     
     
    ให้อภัย คือการที่ผู้ถูกล่วงเกิน ไม่ว่าจะได้รับคำขอโทษหรือไม่
     
    ไม่ติดใจเอาความ และไม่คิดแค้นเคืองประการใดต่อไป
     
     
    ทั้งสองคำนี้ แค่พูดออกมายังไม่พอ
     
    ต้องมีพื้นฐานจากจิตใจ
     
    คือพูดออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ
     
    จึงจะมีความหมายที่สมบูรณ์
     
     
    มนุษย์ทุกคนคงต้องมีซักครั้งในชีวิตที่ทำเรื่องผิดพลาดไปบ้าง
     
    เมื่อทำอะไรผิด มนุษย์ก็ควรจะเกิดความสำนึกผิด
     
    และกล่าวคำขอโทษ
     
    ในทางกลับกัน ถ้ามีใครมาทำอะไรผิดต่อตน
     
    แล้วได้รับคำขอโทษ
     
    ก็ควรจะรู้จักให้อภัย
     
     
    เราเชื่อว่าคนที่ทำผิดแล้วรู้จักสำนึกผิด
     
    คือคนที่ควรจะได้รับโอกาสอีกครั้ง ที่จะพิสูจน์ตัวเอง
     
    และคนที่ให้อภัย คือผู้ที่จะมอบโอกาส...
     
    ให้คนที่เคยถูกตราหน้าว่า ทำในสิ่งเลว
     
    กลายเป็นคนที่ทำในสิ่งดี
     
     
    เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนมีความดีงามอยู่ภายใน
     
    และไม่มีใครเลวเกินกว่าจะแก้ไข
     
     
     
    ****************************************************
     
     
     
     
    6/10/2009

    09.06.09 ความรักทำให้โลกหมุนไป

     
     
    เราค่อนข้างจะเป็นคนขี้สงสัย
     
    ไม่เข้าใจเรื่องนู้นเรื่องนี้จนต้องเก็บกลับมาคิด...ใคร่ครวญอยู่บ่อยๆ
     
    เรื่องที่คนทั่วไปประพฤติปฏิบัติกัน
     
    เรื่องที่เป็นธรรมดาของสังคม
     
    เรื่องที่เป็นธรรมชาติของโลก
     
    ทำไม ทำไม ทำไม
     
    เราเฝ้าคิดหาคำตอบ ความหมาย คำอธิบาย เหตุผล
     
    คิดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถามคนอื่นบ้าง
     
    บางเรื่องก็เข้าใจ เห็นจริงตามนั้น
     
    บางเรื่องก็คิดต่างออกไป แต่ก็ยังเข้าใจสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด
     
    บางเรื่องก็ไม่ค่อยเข้าใจเอาเสียเลย
     
    เรื่องหนึ่งที่อยากจะแสดงทรรศนะ
     
    เพราะเป็นเรื่องที่คิดมานาน และคิดต่างออกไป
     
    ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เข้าใจอะไร จนกระทั่งตอนนี้...
     
    ที่เข้าใจอะไรมากขึ้น
     
    กับความรู้สึกดีๆที่มนุษย์สองคนมีให้กัน...
     
    ที่เรียกว่า "ความรัก"
     
    ...
     
    ...
     
    ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม
     
    ความรู้สึกยามที่พระเอก นางเอกในนิยายทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อคนที่รัก
     
    โดยไม่คำนึงถึงตนเอง
     
    อย่างไม่มีเหตุผล
     
    เป็นความรู้สึกจากหัวใจ
     
    ที่บริสุทธิ์และสวยงาม
     
    เห็นแล้วเกิดความรู้สึกชื่นชมและพลอยอิ่มเอมใจไปด้วย
     
    แต่...ความรักเช่นนี้
     
    คงมีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ได้รู้สึก
     
    และในชีวิตของคนคนหนึ่งไม่มีใครอื่นที่มีความสำคัญอีกแล้วหรือ
     
    ก็ไม่ได้รู้จริงๆหรอก ว่ามันเป็นยังไง
     
    แต่เท่าที่เห็น...
     
    คนคนนั้นก็เหมือนจะสำคัญที่สุดในชีวิต จนแทบจะกลบคนรอบตัวไปหมด
     
    หากเรามีหัวใจหนึ่งดวง
     
    แล้วมอบให้คนคนหนึ่งไปทั้งหมด
     
    ก็คงจะไม่มีเหลือให้ใคร ได้รับรู้ความรู้สึกดีๆจากเรา
     
    หากเรามีหัวใจดวงใหญ่ๆหนึ่งดวง
     
    แล้วมอบให้คนสำคัญในชีวิต คนรอบข้าง
     
    มอบให้คนที่เราไม่รู้จัก
     
    มอบให้ทุกๆชีวิต
     
    มอบมัน...ให้กับโลกใบนี้
     
    ความรู้สึกดีๆที่เราส่งออกไป คงจะช่วย...
     
    เป็นแรงเล็กๆอีกแรงหนึ่งที่จะหมุนโลกใบนี้
     
    ...
     
    คิดอย่างนี้ล่ะ
     
    ถึงทำให้ไม่มีความรักจะมอบให้ใครคนหนึ่ง
     
    มีแต่ความรักที่อยากจะให้ใครหลายๆคน
     
    จนถึงตอนนี้ ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ
     
    ยังใส่ใจไม่มากพอ
     
    และยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่
     
    ...
     
    สำหรับเรา ความรัก คือ สิ่งไม่มีเหตุผล
     
    "ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม"
     
    คือ ความรู้สึกปรารถนาดีต่อคนอื่นๆอย่างไม่มีคำอธิบาย
     
    ความรักในความหมายนี้แหละ
     
    ที่เราคิดว่ามันทำให้โลกหมุนไปได้จริงๆ
     
    ...
     
    เราอยากจะมีหัวใจดวงใหญ่ๆ
     
    เราอยากให้เธอมีหัวใจดวงใหญ่ๆ
     
     
     
     
    *******************************************
     
     
    5/24/2009

    ไม่มีอะไรทำ ไม่รู้จะทำอะไร

     

     

    ง่วงนอนมากเลย ตอนนี้

    นอนดึกติดกันมาหลายวัน ชักจะไม่ไหว

    แต่ว่าเมื่อวานไปซื้อเน็ตมาใช้

    เลยต้องเข้ามาเล่นซะหน่อยให้คุ้มกับเงิน 99 บาท

    แล้วไม่รู้จะทำอะไร ก็เข้ามาอัพสเปซ

     

    ช่วงที่ผ่านมา ที่เข้าเน็ตแล้วไม่รู้จะทำอะไร

    ก็เข้าไปอ่านสเปซของเอียด

    อยากจะบอกว่า หลงรักผู้หญิงคนนี้มากๆ

    เขียนอะไรได้สวยงามดีจัง

    ชอบอ่านแหละ ประทับใจ

    ทำให้คิดถึงขึ้นมาเลย

     

    ไปนอนแล้วดีกว่า

    พรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้า

     

    *************************************

     

    5/19/2009

    แม่งจริงๆเลย

     
     
     
    เป็นเด็กที่นิสัยไม่ดีเอาซะเลย
     
    บอกว่าจะไม่เล่น ก็ยังเข้ามาเล่น
     
    หักห้ามใจไม่เป็นเลยใช่มั้ยนะ
     
    วันนี้...บอก ขอแค่ชั่วโมงเดียว
     
    พยายามหน่อยนะ พลอยเอ๋ย
     
    เรื่องต้องทำมีเยอะแยะไป
     
    เรื่องที่ควรใส่ใจก็อีกมาก
     
    จะไปเสียเวลาทำไม
     
    ชีวิตไม่ได้มีเวลาเยอะมากพอให้มานั่งทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง
     
    ไปอ่านหนังสือไป๊ ชิ่วๆ
     
    ....
     
    ....
     
    แม่งเอ๊ย
     
    เขียนยังก่ะเขียนไดอารี่ตัวเอง
     
    เอาเห๊อะ
     
    ไม่ได้มีใครอ่านอยู่แล้วเนอะ
     
    .......
     
    .....
     
    แม่ง
     
    ขอแม่งอีกซักที
     
    เริ่มเซ็งตัวเองมากขึ้นทุกขณะ
     
    เซ็งคนที่..แม่ง..กวนอารมณ์
     
    ......
     
    โถ่เว้ยยยยย
     
     
     
     
    *******************************************
     
     
    5/17/2009

    CHANGED

     
    อ่า...
     
    ความจริงก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไร
     
    แค่อยากเขียน เพราะไม่ได้เขียนนานแล้ว
     
    นานมาก เป็นปีๆแล้ว
     
    มันเป็นระยะเวลาที่เราเติบโตขึ้น...เยอะมากๆ
     
    มีหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา
     
    ณ ตอนนี้ที่มองย้อนกลับไป...
     
    เมื่อก่อนที่เป็นเด็กมอปลาย เตรียมแอดฯ
     
    ใช้ชีวิตแบบเด็กน้อยธรรมดาคนนึง
     
    ถึงบางเวลาจะคิดนู่นนี่ตามประสาคนชอบคิดฟุ้งซ่าน
     
    แต่ก็คือเด็กที่อยู่ในสังคมโรงเรียนที่อบอุ่น
     
    ณ ตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไป
     
    อย่างแรก...เราไม่ได้ติดตามเอสเจแล้ว
     
    เกาหลงเกาหลีนี่หายไปจากชีวิตเลย
     
    เพิ่งจะหายตอนต้นๆปีหนึ่ง
     
    อ้อ ลืมเรื่องสำคัญอีกเรื่อง
     
    จากความฝัน ความตั้งใจที่อยากเป็นหมอ
     
    ตอนนี้ก็ใกล้เข้ามาอีก...นิดแล้วล่ะ
     
    เป็นนักศึกษาแพทย์แล้ว
     
    สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่าง...เปลี่ยนมากจนทุกคนรู้สึก
     
    คือสังคม เพื่อน การเรียน
     
    ในมหาลัยเป็นอะไรที่ต่างมาก
     
    ช่วงปีหนึ่งที่ศาลายาจึงเป็นช่วงที่รู้สึกอะไรวุ่นวายไปหมด
     
    ไม่ใช่แค่เรานะที่เป็น...เพื่อนๆหลายคนก็รู้สึก
     
    แต่ก็นั่นล่ะ ก็ทำให้เราได้พบได้เจอสิ่งใหม่ๆ
     
    ได้เรียนรู้ ได้รู้สึก ได้ให้ ได้รับ
     
    ทั้งหมดมันทำให้เราค่อยๆเติบโตขึ้นทางความคิดและมุมมอง
     
    เราเห็นโลกมากขึ้น
     
    เราเริ่มเข้าใจโลกของผู้ใหญ่มากขึ้น
     
    และแม้เราจะไม่ต้องการ...
     
    ซักวันนึงเราก็คงต้องก้าวเข้าไปอยู่ในโลกใบนั้น
     
    แอบกลัวนะ
     
    ว่าในการเปลี่ยนแปลงนี้
     
    เราจะกลายเป็นผู้ใหญ่แบบที่...ตัวเองไม่ชอบ
     
    เราจะลืมเลือนและหลุดลอยไปจากตัวตนของเรา
     
    ไม่อยากให่ความเป็นมนุษย์ของเราหดหายไป
     
    ก็คงต้อง...ไม่ไหลไปตามกระแสมนุษย์โลก
     
    ต้องไม่ลืมความคิด ความรู้สึกและความปรารถนาที่ดีงามทั้งหลาย
     
    ที่มีอยู่ในวันนี้
     
     
    ************************************************
     
     
    ในตอนนี้ เราก็เข้ามาเรียนที่ศิริราชแล้ว
     
    เริ่มเรียนไปไม่กี่วัน แต่...หนทางอีกยาวไกล
     
    ยังตัดสิน ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นยังไง
     
    แต่ทุกวัน ช่วงนี้...
     
    ก็ยังคิดถึงวันเวลาที่ศาลายาอยู่บ่อยๆ
     
    คิดถึงคนมากมายที่ห่างออกไป
     
    ถึงจะมีหลายอย่างที่เปรียบเทียบศาลายากับสตรีวิทย์แล้ว...ไม่ค่อยชอบอยู่บ้าง
     
    แต่หลายอย่างที่ดีๆก็ทำให้เป็นที่ๆเราประทับใจ
     
    และยังมองเห็นความงามของอดีตอยู่เสมอ
     
    พูดเหมือนคนแก่เนอะ
     
    แต่ก็รู้สึกอย่างนั้นล่ะ
     
    คิดถึง...
     
     
     
    *************************************************
     
     
     
    5/6/2007

    06.05.07

     

    06.05.07

     

    ทุกครั้งที่มีคนถามว่า...จะเข้าคณะอะไร

    ทุกครั้งเราตอบว่า...หมอ

    แรกๆมีความลังเล เพราะความสนใจที่หลากหลาย

    บางครั้งก็ไขว้เขว อยากเรียนอย่างอื่นขึ้นมา

    แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการก็ยิ่งชัดเจน

    สุดท้ายจึงเหลือเพียงคำตอบเดียวคือ...หมอ

     

     

    ในวันนี้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง

    เราเกิดความคิดที่ต่างขั้วกันอย่างสิ้นเชิง

     

     

    หยิบหนังสือ...สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน...ขึ้นมาอ่าน

    วางอยู่ตรงนั้นมานาน แต่ไม่คิดจะเปิดอ่าน

    จนวันนี้ เจอเจ้าของหนังสือ ที่ยัดเยียดกลับมา พร้อมบอกให้..อ่านซะ

    เพื่อสนองศรัทธาจึงนั่งลงอ่าน ทั้งที่ควรไปอ่านหนังสือเรียน

    1 หน้า 5 หน้า 10 หน้า หลายสิบหน้าผ่านไป

    ข้อความที่ผ่านตาสะกิดให้เกิดความคิดหนึ่ง ซึ่ง...ไม่เคยมีในหัว

    เรียนหมอ...ดีหรือ

    หากเราได้เรียนรู้วิชาแพทย์ รู้ในระดับที่คนหลายๆคนไม่รู้

    มันจะเป็นอันตรายหรือเปล่า มันจะทำให้เราหยุด...รับสิ่งอื่นหรือเปล่า

    ถึงจุดนั้น เราจะทะนงว่ารู้เกินคนอื่น แล้วเราจะไม่เปิดรับสิ่งใดอีก

    กลัวว่าจะมีจุดนั้นเกิดขึ้น

    ได้อ่าน...เขาบอกว่าวิชาแพทย์สมัยใหม่นั้น ทำลายเชื้อโรคไปโดยไม่สามารถเลือกตัวดีตัวร้าย

    ทั้งที่เราอาจอยู่ร่วมกับเชื้อโรคบางตัวได้โดยสันติ

    วิชาแพทย์แผนโบราณที่ใช้สมุนไพร ใช้หลักป้องกันมากกว่ารักษา อย่างหมอสมัยใหม่

    อ่านแล้วรู้สึกสนใจแพทย์แผนโบราณ...สงสัยในแพทย์แผนปัจจุบัน...

    สองสามเหตุผล แต่จุดประกายให้เรารู้สึกว่า การเรียนหมอจะตอบสนองสิ่งที่เราต้องการได้จริงหรือ

    ..............

    ..........

    ผ่านมาไม่กี่นาที เราก็ได้รับโทรศัพท์

    เพื่อนโทรมาบอกว่า...ญาติเสีย

    และเพื่อนช็อก อึ้ง มากกว่ารู้สึกเสียใจ

    เรา...ไม่เคยรู้จักญาติเพื่อนคนนี้มาก่อน

    ไม่สามารถพูดคำใดได้เพราะไม่รู้จะพูดอะไร

    เรา...ไม่ใช่คนในครอบครัว จึงเงียบ ฟังสิ่งที่เพื่อนพูด

    เพื่อนเล่าอาการของญาติให้ฟัง

    ด้วยความรู้สึกที่จับได้ว่า...อยากจะพูด ระบายความสับสนที่คับคั่งออกมา

    อาการแรกเริ่มที่ไม่มีใครเฉลียวใจ จนถึงอาการสุดท้ายที่เข้าขั้นโคม่า

    เรา...เงียบและฟัง ซักพักน้ำตาก็ไหล

    คัดจมูกมาก จนเสียงอู้อี้ แต่เราก็พยายามทำให้โล่งเพื่อไม่ให้เพื่อนรู้สึก

    ฟัง ฟัง และก็ฟัง และน้ำตาก็ไหล ไหล ไหล

    17 นาทีที่ฟัง เราไม่ได้ถึงกับรู้จักญาติเพื่อนคนนี้มากขึ้น

    แต่เรารู้สึกถึงความมีชีวิตของเขา รู้สึกถึงความตายของเขา

    รู้สึกถึงความเจ็บป่วย รู้สึกถึงการรักษา รู้สึกถึงสิ่งที่สามารถทำได้

    วางโทรศัพท์จากเพื่อน เราน้ำตาไหลไม่หยุด

    พูดกับตัวเอง เหมือนที่เคยทำทุกครั้ง เวลามีเรื่องคิดอยู่ในใจ

    ระบายความคิดออกเป็นคำพูด พร้อมกับที่น้ำตาก็ไหลออกมาเรื่อยๆ

    น้ำมูกไหลคั่งในโพรงจมูก รู้สึกเหมือนมันจะทะลักออกทางหู

    เรากำลังร้องไห้...ให้กับความตายของคนที่เราไม่รู้จัก

    ขณะที่รำลึกถึงสิ่งที่ตัวเองคิด ไม่กี่นาทีก่อน

    ความคิดที่แปรเปลี่ยนสลับขั้วอย่างสิ้นเชิง

    ไม่ยุติธรรม หากคนที่มีชีวิตต้องเสียโอกาสในการใช้ชีวิตต่อ

    หากเราเป็นคนทำงานออฟฟิศ เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

    หากเราเป็นครู เราคงช่วยคนที่กำลังจะตายตรงหน้าไม่ได้

    แม้แต่พยายามก็คงเป็นไปไม่ได้

    แต่ถ้าเราเป็นหมอ...

    จริงอยู่ มนุษย์เราจะเป็นหรือตาย ไม่ใช่เรื่องที่เราจะคาดเดาได้

    ถ้าถึงที่ตาย ต่อให้ยื้อยังไง สุดท้ายก็ต้องตาย

    มนุษย์ทุกคน...สุดท้ายก็ต้องตาย

    เรา...ปลงได้ และก็ปลงไม่ได้

    รู้สัจธรรม แต่เพราะเราเป็นมนุษย์

    เราก็รู้ว่าเราทนให้คนตายไปต่อหน้าไม่ได้

    แม้มันจะเป็นสัจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา

    แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้น ชัดเจนกับความรู้สึกว่ามันทนไม่ได้

    ถ้ามือเราจะรั้งชีวิตใครซักคนเอาไว้ได้บ้าง

    ถ้ามือเราจะต่อโอกาสของใครออกไปได้บ้าง

    มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะทำ

     

    สุดท้าย...

    คำสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับคำถามว่า อยากเรียนอะไร

    ก็ยังคงเป็น...หมอ

    แต่ความแตกต่างคือ...

    มันคมชัด และหนักแน่นขึ้น

    1/22/2007

    ไม่มีความรู้สึก...หรืออย่างไร

     
     
    วันนี้รู้สึกแย่
     
    ไม่เคยคิดว่าจะโกรธคนคนนี้เลยจริงๆซักครั้ง
     
    แต่วันนี้โกรธมาก
     
    เราจะไม่พูดถึงมันอีก
     
    เพราะเราไม่อยากจดจำเรื่องแย่ๆ
     
    แค่รู้สึกอยากหาที่ระบาย
     
    เข้าใจใช่ป่ะ
     
    ไม่งั้นเราจะเข้าสเปซหรอ
     
    .....
    ....
     
    คิดถึงสเปซนะ แต่..
     
    คอมบ้านมันห่วยอ่ะ
     
    เข้าแล้วแฮงจนไม่เอาแล้วอ่ะ
     
    แล้วดันจำURLไม่ได้
     
    ก้อเลยไม่ได้อัพเลย
     
    ......
    ....
     
    นานมากแล้วนะที่ไม่ได้อัพ
     
    ..........
     
    เพราะมีเรื่องในใจก้อเลยอยากหาที่ระบาย
     
    มันก้อไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ
     
    แต่มากพอที่จะทำให้เรานั่งจิ้มURLมั่วๆ
     
    จนเข้ามานั่งอัพสเปซได้
     
    .................
     
    ...........
     
    ****************
     
    อยากอัพเรื่องหนุกๆมั่งอ่ะ
     
    นานๆจะได้อัพซักที่
     
    อัพไรดีน้ออออ....
     
     
    *******************
     
     
    เราชอบ..เรียกว่าไรดี..ดารา..ป่ะ
     
    ชอบคนนึงอ่ะ
     
    ประหลาดมหัศจรรย์มากๆ เพราะไม่เคยคิดจะชอบมาก่อนในชีวิต
     
    เอนทรี่ที่แล้วก้อได้พูดถึงไปแล้วอ่ะนะ
     
    หนึ่งในsuju
     
     "คิมฮีชอล"
     
    ต้องบอกว่าพิลึกมากที่เราชอบเอสเจได้
     
    เพราะเราโคดจาเกลียดบอยแบนด์เข้าไส้
     
    รู้สึกว่าไม่เห็นได้เรื่อง
     
    แค่จับคนหน้าตาดูดีหน่อยมากองรวมกัน
     
    ร้องเพลงก้อไม่ได้เรื่อง
     
    ความสามารถก้องั้นๆน่ะ
     
    แต่ที่ไม่ชอบที่สุดก้อคือ....
     
    เวลามีแฟนๆผู้หญิงมากรี๊ดๆนี่แหละ
     
    หมั่นไส้อ่ะ แกหล่อขนาดนั้นเลยหรอ
     
    ..ชริ..
     
    แต่แล้วเราก้อได้มารู้จักดงบัง ต่อด้วยเอสเจ
     
    เริ่มรู้สึกในทางบวกมากขึ้น
     
    แต่คิดว่าเป็นเพราะเพื่อนๆมันชอบกันมากกว่าอ่ะ
     
    เลยทำให้เราสนใจจะดูจะฟังเพลงของมัน
     
    คิดว่าอีกซักวันสองวันเราก้อคงเลิกสนใจแระ
     
    ให้มากสุดเลยอ่ะ 2อาทิด
     
    แต่ปรากฏว่า...
     
    กาลเวลาได้ล่วงเลยมา...6 เดือน
     
    ดงบังหายไปแล้ว แต่เอสเจเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
     
    ซึ่งเราบอกได้เลยว่าเป็นเพราะคนๆเดียว
     
    คนเดียวที่ทำให้เรายังคงติดตามวงบอยแบนด์เกาหลีวงนี้อยู่
     
    ก้อคือ..คิมฮีชอล...อุปป้าคนนี้แหละ
     
     
    *****************
     
     
    เจ๊เป็นคนที่สวยมาก
     
    สวยจนเราไม่คิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนสวยได้เท่านี้เลยนะ
     
    แล้วนิสัยก้อ...
     
    มีคนเดียวในโลกจริงๆอ่ะ
     
    เป็นเหตุผลสำคัญเลยมั้งที่เราเจ๊อ่ะ
     
    ไม่รู้จาเพ้ออาไรถึงเจ๊อีก
     
    ชอบว่ะ...
     
    ..จบป๊ะ...
     
     
    *********************
     
    ไม่รู้จาอัพอาไรแระอ่า เย็นแล้วด้วย
     
    วันนี้เราไร้สาระมากมาย
     
    สเปซเราไม่ค่อยหนุกหนานเรยว่ะ
     
    เอาเหอะ
     
    ไว้เจอกันใหม่เมื่อมีโอกาสแล้วกัน
     
     
    ******************
     
     
     
     
     
    9/18/2006

    Hello!! I'm back.

     
     
    เรานี่แปลกคนเนอะ
     
    อยู่ว่างๆไม่อัพสเปซ
     
    ใกล้สอบล่ะ ชอบอัพจังเร้ยยยย
     
    ไม่ได้อัพตั้งนานแน่ะตู
     
    มีเรื่องอยากเล่ามากมาย (อีกแล้ว)
     
     
    ***************
     
    17/09/06
     
    อ๊ากกกกกกกก

    จาบ้าตายยยย

    เหอๆๆ
    ไม่อยากจาเชื่อตัวเองเรยว่าจาเปนบ้าได้ขนาดนี้อ่ะ
    จิงๆนะ
     
    ****************
     
    คือเมื่อวันศุกร์เนี่ยมันมีคอนดงบังใช่ป่ะ
    แล้วก้อมีเอสเจไปเปนเกสใช่มะ
    แล้ววันเสาร์เอสเจก้อจาไปThe seed show
    เราไม่ได้ไปคอนดงบังนะ บัตรมันแพงว่ะ

    แต่เรากะว่าจะไปThe seed show

    คือเราคิดแค่ว่าอยากเห็นSJตัวเป็นๆอ่ะ

    ไหนๆมันก้ออุตส่าห์มาทั้งทีใช่มั้ย ก้อนะ ไปดูหน้าซักหน่อย

    ตอนแรกก้อจาไปกันหลายคน

    ไปๆมาๆเหลือยุ้ยคนเดียว
    พอโทรไปหายุ้ยตอนบ่าย3 ยุ้ยบอกว่าไม่ไปแล้ว - -"
    แต่ยุ้ยบอกว่าเด๋วSJจะมาMeettingที่Central World
    ให้เรารีบใส่ตีนหมามาโดยด่วน

    เพราะเราแค่อยากเห็นหน้าไง ก้อคิดว่าบางที

    ถ้าเห็นที่นี่แล้ว อาจจะไม่ไปseed

    ตอนนั่งรถเมล์ไปรถก้อติดด้วยนะ

    ติดตรงแยกราชประสงค์อ่ะ เราก้อไหว้พระพรหม

    แล้วก้อขอ...ขอให้เราไปทันSJด้วยเท้อออ สาธุ

    พอไปถึง เค้าก้อกาลังจับมือกันอยู่

    เราเบียดเข้าไปแบบ...กุจาตายมั้ยเนี่ย

    คนเยอะมาก แล้วก้อกรี๊ดกันสุดๆ

    เราไปยืนด้านขวาของเวที นอกรั้วอ่ะ

    ในรั้วให้พวกที่ไปmeetยืนต่อแถวกันขึ้นไปจับมือ

    จากฝั่งขวาก้อมีซองมิน ฮันกยอง ซีวอน ดงเฮ ลีทึก เยซอง

     รยอวุค คยูฮยอน ฮยอคแจ ชินดง คิบอม คังอิน นั่งเรียงกันอย่างงี้อ่ะ

    แล้วเรายืนด้านขวา ก้อเหนซองมินกะซีวอนชัดมากกก

    ส่วนป๋าฮันโดนลำโพงบัง - -"

    แต่ก้อเห็นน้าาาา เห็นทุกคนเรยย

    น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ

    ไอคนที่13คยูอาไรนั่นอ่ะ ดูในรูปหน้าเหมือนม้านะ หน้ามันยาวอ่ะ

    แต่ตัวจริง ดูดีว่ะ

    ซองมินน่ารักสุดๆอ่ะ ขาวจั๊วะ ยิ้มแย้ม เหมือนเด็กๆเรยยย

    ป๋าฮันผิวสีออกแทนๆบวกกับผมแล้วพูดได้คำเดียว เท่ว่ะ

    ซีวอนก้อนางสาวไทยมากๆเรย ยิ้มเก่งมาก

    พี่แกโปรยยิ้มสุดๆ แต่ก้อน่ารักดี คนกรี๊ดตรึม

    ดงเฮ หล่อมากกกก ไม่เคยคิดจาชมผู้ชายว่าหล่อนะ

    แต่เรายอมรับเรยว่ะ ว่าตัดผมทรงนี้แล้วหน้าด๊องหล่อมาก 

    ขาวๆ โอ๊ยยยย จาบ้าตาย

    ลีทึกก้อดูดี เยซองก้อดูดีนะ ดูดีกว่าในรูปอ่ะ

    คิบอมค่อนข้างคล้ำนะ แต่มองไกลๆก้อดูเนียนดีอ่ะ

    ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ แต่ก้อยังน่ารัก

    คังอินดูหน้านิ่งๆอ่ะ ไอพวกปลายๆแถวไม่ค่อยยิ้มกันเท่าไหร่

    ฮยอคแจขาวมากๆ ส่วนรยอวุค ตอนดูในรูปเหมือนหน้าบานๆ

    แต่ตัวจริงไม่บานเรย ดูดีมากๆ

    มีคนกอดซีวอนกะฮันกยองด้วยอ่ะ
    เห็นมีคนบอกว่าคิบอมก้อโดนกอด ส่วนด๊องไม่ยอมให้กอดอ่ะ
    เราว่าด๊องดูเงียบๆไม่ยิ้ม(แบบซีวอน)เท่าไหร่อ่ะ
    แต่ก้อนะ พ่อเค้าเพิ่งเสีย เข้าใจคนน่ารักเว้ย
    มีคนเอาเค้กมาHappy birthday ชินดงด้วย
    ชินดงลุกขึ้นมาขอบคุณเปนภาษาเกาหลี
    แล้วตอนที่มีคนตะโกนชื่อชินดง เค้าก้อโบกมือให้
    น่ารักว่ะ
    แล้วพอตอนจับมือเสด ก้อลุกขึ้นมายืนกัน
    แล้วทั้งวงก้อไปกอด เข้าใจว่าเป็นผู้จัดการนะ
    ลีทึกหอมแก้มด้วยยย คนกรี๊ดกันใหญ่
    เสดแล้วก้อยืนเข้าแถว2แถว ถ่ายรูปมั้งถ้าจำไม่ผิด
    แล้วนักข่าวก้อสัมภาษณ์
    ระหว่างนี้ ซีวอนก้อหันไปมองคนที่อยู่ชั้นสองแล้วก้อยิ้มให้
    โบกมือมั้ยวะไม่แน่ใจ
    แต่ละคนเริ่มมองไปรอบๆอ่ะ ดงเฮมองเพดานด้วย - -"
    ลีทึกสมกับเป็นหัวหน้าวงมากๆ ตอบคำถามนักข่าว
    เห็นแร้วอิจฉานักข่าวมากๆอ่ะ ยืนโคลสอัพหน้าลีทึกแบบ...
    ห่างกันไม่ถึง 2 ฟุต
    แต่เราว่าคังอินดูนิ่งๆไปนะ
    แบบว่าหน้ามันเศร้าๆอ่ะ ตาเหมือนจาร้องไห้ยังไงก้อไม่รุ้
    จนมีสต๊าฟมาสะกิดอ่ะถึงจายิ้มขึ้นมาหน่อย แล้วก้อโบกมือให้
     
    สรุปนะ ทุกคนน่ารักมากกกก
    พอSJออกไปเสด เราก้อไปหายุ้ย
    คือหัวเราตื้อมากอ่ะ นึกไม่ออกว่าจาไปไหนต่อดี
    ก้อเลยไปกินไอติมกะยุ้ยแล้วก้อเพื่อนยุ้ย
    กินเสดก้อ5โมงกว่า6โมงแล้วมั้ง
    เราก้อนั่งคิดว่าจาไปseedอีกดีมั้ยว้าาาา
    ไม่มีคนไปเปนเพื่อนเรยด้วย แต่ลึกๆก้ออยากไปนะ
    อยากเจอSJอีกอ่ะ
    ถึงจาออกมาเป็นวงสุดท้ายแล้วร้องแค่เพลงเดียวก้อเหอะ
    เราไหว้พระพิฆเนศตรงหน้าห้างแล้วก้อขอ
    ขอให้ได้เจออีกรอบเถอะนะ
    (วันนี้เราเล่นของจริงๆเรย)
    แล้วก้อเกรงใจเบียร์ที่เป็นคนให้บัตรเราด้วย
    ก้อเลยโทรหาพี่ จะให้มันไปเป็นเพื่อน
    โทรหาไปตั้ง 27 ครั้งแน่ะกว่าจะติด
    โทรตั้งแต่ตอนอยู่หน้าCentral World
    จนเรานั่งรถเมล์ไปถึงสวนลุมไนท์บาซาร์อ่ะ
    เราเดินหาไอฮอลล์บ้าอยู่นานมากอ่ะ
    เดินคนเดียวแบบกระวนกระวายมากๆ
    พอโทรหาพี่ติด ก้อไปโทรหาป้าของเบียร์ต่อ
    เพื่อที่จาเอาบัตรseed
    ได้บัตรมาแล้วก้อนั่งรอพี่มา
    ตั้งแต่ทุ่มนึงจนถึง2ทุ่ม ที่งานจาเริ่ม
    แล้วพอ2ทุ่ม การ์ดก้อปิดทางเข้าแล้วบอกว่าไม่ให้เข้าแล้ว
    เพราะว่าข้างในฮอลล์คนเต็ม
    โมโหมากอ่า ฮอลล์เต็มได้ไงว่ะ
    มายืนรอตั้งนานเป็นชั่วโมงแล้วจาไม่ให้เข้า
    คนที่ไม่ได้เข้าก้อเยอะด้วยอ่ะ ฝนตกอีกตะหาก
    แล้วก้อไม่ออกมาพูดอะไรด้วยนะ
    คนยืนรอก้อปล่อยให้รอไป
    สุดท้ายทนไม่ไหวเลยมีคนตะโกนด่าไป
    นั่นแหละถึงได้เข้าไปกัน เซงอย่างแรง
    เข้าไปถึงก้อไทเทกะลังขึ้นอยู่
    เห็นฝ้ายโทรมาบอกว่าบอยเล่นจบไปแล้ว
    ไทเทอย่างมันเรยยย
    ไม่เล่ารายละเอียดแระกันนะ เด๋วจายาวไป
    เป็นว่าไทเทแล้วก้อ Black Vanilla
    ประทับใจทรงผมนักร้องนำมาก สวยดี
    เป็นหยักๆแล้วก้อมีหน้าม้าเป็นซี่ๆอ่ะ
    แล้วก้อเป็นเล้าโลม ต่อด้วยฟาเรนไฮน์
    แล้วก้อถึงวงที่หลายๆคน(รวมทั้งเรา)รอคอย
    ตอนแรกเรายืนหลังๆอ่ะ พอSJจะขึ้น
    เราหันไปบอกพี่ว่าถ้าหลงกันเนี่ยไปเจอที่เดิมนะ
    แล้วเราก้อพยายามแทรกขึ้นไป
    ก้อไม่ได้ใกล้มาก แต่ก้อเห็น
    SJขึ้นมาร้องDancing Out
    ท่อนของฮีชอล ซองมินร้องแทนอ่ะ
    ฮือ คิดถึงฮีชอล
    แต่ว่าก้อน่ารักมากๆอยู่ดี
    ดงเฮกระโดดข้ามใครซักคนสองคนออกมาร้องท่อนของตัวเอง
    แล้วก้อเต้นๆกันได้น่ารักมากๆ
    แล้วก้อต่อด้วย Endless Moment
    เพลงที่ดีเจซี้ดบอกว่าไม่เคยเล่นไลฟ์ที่ไหนมาก่อนเรย
    ที่นี่เป็นครั้งแรก^^
    ปลื้มจายจัง
    เพราะมากอ่ะ เราเคยฟังจากซี้ดอยู่ครั้งนึง
    ช้าๆซึ้งๆจบไปก้อเป็น U >.<
    ท่อนของฮีชอล อึนฮยอกร้องแทนอ่า
    อ๊ากกก คิดถึงเจ๊จางเรยยย
    ป๋าฮันเท่มาก ได้ใจเรยอ่า
    ด๊อง...เต้นได้สุดๆ น่ารักชิหายเรย
    คิบอมๆน่ารัก ออกมาแรพกะอึนฮยอก
    อึนฮยอกเต้นเก่งมากเรย
    รู้สึกว่าท่อนหลังจารยอวุคร้อง ตรงกลางๆอ่ะ
    ดนตรีมันเปลี่ยนไปนิดนึง รึป่าว
    แต่รู้สึกว่าเต้นกันนานขึ้น
    ดงเฮอยู่ข้างหน้าเรยยยยย >.<
    พอร้องจบก้อมายืนแถวหน้ากระดาน
    แล้วก้อสัมภาษณ์
    จำไม่ค่อยได้อ่า แต่คำถามแรกอีทึกตอบ
     
    มีถามว่าทำไมถึงเลือกร้องendless moment ที่นี่เปนที่แรกมั้ง
    แล้วก้อตอบว่าตอนมาพัทยามิวสิกก้อร้องSo I ครั้งแรก
    มาคราวนี้ก้ออยากให้เปนของขวัญพิเสดไรปามานนี้แระ
    น่ารักได้ใจกันสุดๆ
     
    แล้วถามว่าไรจำไม่ได้แต่คังอินตอบยาววววมาก
    ตอบว่าSJไม่ได้มาไทยตั้ง6เดือนจากคราวที่มาพัทยา
    คิดว่าคนจาลืม จาไม่มีคนมาดูซะอีก ดีใจมากเรยที่มีคนมากันเยอะ
    ปามานนี้
    โห่ หมีคังเอ้ยย ใครจาลืมพวกนายลง
    น่ารักกันขนาดนี้
    แล้วก้อถามว่าชอบกินอาหารไทยอารายกัน
    ชินดงเปนคนตอบ ตอบว่าชอบกินข้าวผัด
    แล้วก้อเคยโดนหลอกให้กินเนื้อไอเข้ด้วย อร่อยดี
     
    ถามว่าพูดภาษาไทยได้บ้างมั้ยยย
    ชินดง : ยินดีต้อนรับ
    ชองมิน : สู้ๆ (น่ารักจังเลยซองมิน><)
    ซีวอน : ผมจะรักคุณตลอดไป (กรี๊ดๆๆๆๆกานสลบ)
    ลีทึก : ผมเซ็กซี่มั้ยครับ
    (พูดด้วยท่าทางยั่วสุดฤทธิ์ มีอึนฮยอกทำท่าเซ็กซี่เป็นเพื่อน)
    แล้วก้อกรี๊ดๆๆๆๆๆๆอีกครั้ง
    แล้วรยอวุคก้อพูดอาไรซักอย่าง จำไม่ได้แระ - -"
    ดีเจถามว่า แล้วจามีคอนใหญ่เมื่อไหร่ล่ะ
    เค้าก้อตอบว่า เพิ่งจาทำงานกันมา 9 เดือนเอง
    คงยังต้องใช้เวลาอีกซักพัก น่าจะมีคอนใหญ่ในไทย
    ปามาน "ปีหน้า"!!!!!!
    ไปดู!!!!!!
    ถ้าตอนนั้นเรายังบ้าเหมือนตอนนี้อ่ะนะ
    เออใช่ ถามด้วยง่าชอบสาวไทยอะป่าววว
    ซองมินล่ะมั้ง ทำมือรูปหัวใจให้
    ยิ้มน่ารักได้จายยยอีกครั้ง
    แล้วก้อมีคังอินกะอีทึกทำท่าซารัง น่ารักเค่อะ
    แล้วตอนแรกอ่ะ คิบอมยืนข้างคังอิน
    พอเริ่มตอบคำถาม เหมือนSJเริ่มสนุก
    หันมาคุยกัน ยิ่งตอนพูดภาษาไทยเดินกันว่อนเชียว
    เดินหาล่ามน่ะจาได้พูดถูก
    คิบอมอ่ะตอนแรกยืนข้างหมีคัง
    พอเริ่มขยับไปขยับมาคุยกันข้ามไปข้ามมา
    บอมๆก้อเขยิบมายืนข้างด๊องซะงั้น
    เหอๆ อย่าหาว่าเราอย่างงั้นอย่างงี้เรยนะ
    แค่เล่าเฉยๆ
    ด๊องๆมองเพดานอีกแล้วแระ เงอะ
    มองหน้าเราดีก่ามั้งด๊อง เหอๆๆๆๆ
    อ่าาา หลังจากนั้นSJก้อกลับเข้าไป
    แล้วดีเจก้อออกมาพูดๆ
    อยากให้SJออกมาอีกมั้ยยยย
    อยากให้ออกก้อตะโกนดังๆเรยยยย
    เราไม่ได้ตะโกนไปด้วย
    เพราะคุยโทสับกับพ่ออยู่ - -"
    เสียดายจิงๆ อยากตะโกนเรียก SJ อ่ะ
    แล้วSJก้อออกมาร้อง miracle
    แบบนี้เค้าเรียกอังกอร์ป่ะรู้สึก
    น่ารักมากกกกกกอีกแร้ววว
    ป๋าฮันกระโดดทำซารังใช่ป่าว
    ชอบท่าที่เหมือนเต้นรำอ่ะ น่ารักมากเรย
     
    มีตอนนึงที่ชินดงออกมายืนข้างหน้ากะซีวอน
    แล้วก้อทำท่าเกี่ยวก้อยกัน
    ชินดงลูบแก้มซีวอนแล้วก้อจุ๊บ....
    น่าร้ากกกกกกกกกก
    ชอบท่าเต้นเพลงนี้มากๆ น่ารัก
    จบคอนด้วยความสุขจริงๆ
    ^U^
    ^O^
     
    ***************
     
    เฮ้ออออ มีความสุขว่ะ
    พรุ่งนี้จะสอบแล้วเนี่ยนะ!!!!
    อาทิดหน้าจาสอบไฟนอลเนี่ยนะ!!!!
    ยังไม่ได้อ่านหนังสือเนี่ยนะ!!!!
    การบ้านยังไม่เสดเนี่ยนะ!!!!
     
    อืมมม ช่าย มีความสุขจัง ^^
     
     
    *****************
     
    หวายยย ยาวจิง
     
    รุ้ป่าวว่ายังเล่าไม่ครบนะนี่ เหอๆ
     
     
     
     
    6/23/2006

    น้ำตาไหล...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     
     
    ง่วงนอนชะมัดเลย...
     
     
    ***********
     
     
    เมื่อคืนดูโนบุตะกันอ่ะป่าวววว
     
    น่าเสียดายเราเปิดทีวีช้าไปหน่อย อดดูไปตั้งตอนนึงแน่ะT T
     
    แถมเมื่อคืนฝนก้อตก ต้องวิ่งไปเก็บผ้า
     
    เลยรุ้สึกว่าดูไม่ค่อยเต็มที่เรยอ่าาาา
     
    แต่สนุกมากๆเลยเนอะ ชอบจัง
     
    ประโยคสุดท้ายที่คาเมะพูดอ่ะ มานโดนสุดๆเรย
     
    "ตัวชั้น ก้อยังกังวลกับชีวิตที่ไม่มีอะไรเลย"
     
    ไม่รุ้ถูกป่าวนะ แต่ก้อพูดปามานนี้แหละ
     
     
    ****************
     
     
    นั่นสินะ ชีวิตที่ไม่มีอะไรเลย
     
    ตัวคาเมะในเรื่อง เปนคนที่เปนที่ชื่นชอบ ป๊อบนั่นแหละ
     
    ถึงจะไม่อยากทำอะไรหลายๆอย่างแต่ก้อต้องทำ
     
    เพื่อรักษาความนิยมในตัวเค้าไว้
     
    ต้องคอยคิดว่าจะทำยังไงดีนะ
     
    ทั้งที่ ชีวิตเค้ามันไม่มีอะไรเลย ไม่เปนแก่นสาร
     
    ก้อเหมือนชีวิตเดกมอปลายอีกหลายๆคน
     
    ที่คอยกังวลกับความคิดของคนอื่นๆ
     
    เค้าจะว่าเราอ้วนมั้ยนะ น่าเกลียดรึป่าว
     
    ลับหลังเรา เค้าจานินทาว่าเรารึป่าว
     
    คิดอะไรไปต่างๆนานา...
     
    ความคิดของคนอื่นน่ะ บางครั้งก้อสำคัญ บางครั้งก้อไม่สำคัญ
     
    ถ้าเรามัวแต่กังวลกับเรื่องที่ไม่สำคัญ มันจามีประโยชน์อะไร
     
    เหมือนเราต้องคอยประคับประคอง...
     
    ...เปลือกนอกของร่างกายที่กลวงโบ๋...
     
     
    *************
     
     
    เปนประโยคที่เราชอบมากๆเลย
     
    ฟังแล้วน้ำตาไหลว่ะ T T"
     
    น้ำตาไหลนะ ไม่ใช่ร้องไห้
     
    จริงๆมีอีกเรื่องนึงที่ทำให้เราประทับใจ
     
    ตอนที่มีคนมาช่วยทำงานโรงเรียน แล้วบอกว่า
     
    "คงไม่มีโอกาสได้มาทำแบบนี้อีกแล้วล่ะเนอะ"
     
    มานทำให้เรานึกขึ้นมาได้
     
    ว่าชีวิตมอปลายของเรา ก้อเหลืออีกไม่ถึง 2 ปี
     
    ถ้าพ้นจากช่วงนี้ไป ก้อคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรหลายๆอย่าง
     
    เรายัง ใช้ชีวิตมอปลายได้ไม่เต็มที่เรย
     
    ยังมีอีกหลายๆอย่างที่อยากจาทำ
     
    คิดแล้วน้ำตามันไหลพรากๆ
     
    ความคิดมันทวนย้อนไปถึงสมัยประถม
     
    คือ เมื่อวันพฤหัสเรากลับไปร.ร.เก่า ไปเจอเพื่อนเก่ามา
     
    ทำให้รุ้สึกคิดถึงเพื่อนๆสมัยประถมมากๆ
     
    ทุกคนจาเปนยังไงกันบ้างนะ
     
    TT^TT
     
     
    *************
     
     
     
    6/12/2006

    เรื่องราวและเรื่องเล่า

     
     
    อ้า...อัพไรดีน้ออออออ
     
    งึมงำๆๆ
     
     
    *************
     
    ตะกี้เราดูข่าวเที่ยงอ่า
     
    เค้าบอกว่าที่โซมาเลียเค้าห้ามดูบอลโลกอ่ะ
     
    ห้ามดูหนังด้วยยย
     
    เพราะว่าบอลกะหนังมานปามานว่ายั่วยุให้คนทำผิดหลักอิสลาม
     
    แล้วก้อมีคนออกมาประท้วงนะ
     
    ตายไป 2 คน.....
     
    ฟังแล้วมานไงๆไม่รุ
     
    เราแอบอึ้งๆนะ
     
    ไม่คิดเรยว่ายังมีเผด็จการแบบปันยาอ่อนอย่างนี้อยุ่
     
    เราเคยดูจอโลกไบโอกราฟี เรื่อง พอล พต
     
    ที่เค้าฆ่าคนเขมรที่ทุ่งสังหารอ่ะ
     
    บอกว่าจาทำให้ประเทศพัฒนา ปลดแอกจากฝรั่งเศส
     
    แต่พอมีอำนาจขึ้นมาก้อใช้อำนาจของตัวเองปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของคนในประเทศ
     
    เกณฑ์คนไปทำนา ทำแต่นาๆๆๆๆๆ
     
    ให้ข้าวก้อนิดเดียว แล้วก้อปลูกฝังความคิดให้เชื่อฟังท่านผู้นำ
     
    ชี้ไม้เปนนก ชี้นกเปนไม้
     
    ใครขัดขืนจาถูกฆ่า
     
    แล้วประเทศจาพัฒนายังไง
     
    ด้วยความคิดสั่วๆของคนแค่กลุ่มเดียวบวกกับอำนาจ...ก้อเปนไปได้ขนาดนี้
     
    คิดอะไรบ้าๆ ตัดสินด้วยความคิดของคนไม่กี่คน
     
    มันเปนมิจฉาทิฏฐิจริงๆเรย
     
    แต่ว่านะ...
     
    ถ้าไม่มีอำนาจ ก้อคงไม่เปนเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
     
    ...อำนาจนี่น่ากลัวเนอะ
     
     
     
    ****************
     
     
    เมื่อเร็วๆนี้เราได้อ่าน แบทเทิล รอยัลอ่า
     
    ตอนแรกคิดว่าคงจะบู๊ๆซาดิสๆเลือดสาด
     
    พออ่านๆไปเริ่มรุ้สึกว่ามานมีอารายมากกว่านั้น
     
    เรื่องแค่จับเดกมาฆ่ากันเองดูเหมือนจาพัฒนาไปเปนเรื่องระบอบเผด็จการฟาสซิสม์
     
    เหมือนในเขมรสมัยพอล พต เหมือนในโซมาเลียตอนนี้
     
    และคงมีอีกหลายๆที่ในโลกนี้
     
    ที่ผู้คนจำต้องก้มหน้ายอมรับ...ต่ออำนาจที่ร้ายกาจ
     
     
     
    ***************
     
    พล่ามแต่เรื่องเครียดๆแฮะเรา
     
    เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยละกัน
     
     
    ***************
     
     
    ที่เคยเล่าเรื่องค่าย3 ไปคราวนู้นน่ะ
     
    มาต่อกานเถอะ
     
    หลังจากแนะนำพี่เลี้ยงเสด นัดแนะอารายๆเรียบร้อย
     
    ก้อมีสันที่ห้องอาหาร
     
    มีให้ตบมือ แล้วก้อเล่นเกมแนะนำตัวอ่า
     
    เราก้อได้รุ้จักเพื่อนๆศูนย์อื่นเพิ่มขึ้นนิดหน่อย
     
    ก้อหนุกดีน้า ฮาๆขำๆ
     
    เสดแล้วก้อกินข้าวเย็น ^o^
     
    นั่งกินเปนกลุ่มกะพี่เลี้ยง
     
    เรากินช้าสุดเรยอ่า - -" ก้อแหม...
     
    พอกินเสดก้อเตรียมตัวเดินไปที่พัก
     
    ที่พักก้อเปนโรงแรมแถวๆนั้นแหละ ชื่อโรงแรมคลาสสิก เพลส
     
    รุ้สึกจาให้นอนห้องละ 4 คน นอนรวมกับพวกศูนย์เดียวกัน
     
    มีบางคนที่ไปโรงแรมมาแล้วก้อเรยรุ้ว่าได้นอนกับใคร
     
    ส่วนกระเป๋าไปถึงโรงแรมตั้งแต่เช้าแล้ว
     
    ก่อนจาเดินไปก้อไปแวะเซเว่น ตุนเสบียงกันก่อน
     
    เราซื้อเจเล่ไลท์ โยเกิร์ต จุปาจุ๊บ
     
    จิงๆก้อพอมีเสบียงอยุ่บ้างแหละ แต่ก้อตุนอีกหน่อยละกัน
     
    พอซื้ออะไรกันเสด ฝนก้อเทลงมา
     
    อาจานที่คุมก้อเลยบอกให้ยืนรอก่อน เด๋วจามีรถตู้มารับ
     
    ก้อรอกันไป
     
    พวกที่รอไม่ไหวก้อเดินฝ่าฝนไปกันก่อน เพราะเริ่มซาแล้ว
     
    เราเหนจินิสเดินไปก่อนแล้ว แปมก้อตามไปกะปิง
     
    ส่วนเรา...รอรถตู้
     
    ตอนแรกก้อยุจาให้เดินอ่ะแหละ แต่ปิงปองมานป่วยง่าย - -"
     
    กลุ่มเราทั้งกลุ่มเรยรอรถตู้
     
    กว่ารถจามาด้ายยย ทุกคนก้อไปกันเกือบหมดแระ
     
    เหลือกลุ่มเรา กะเดกศูนย์อื่น2-3คน
     
    สบายบรื๋ออ นั่งรถตู้ไปโรงแรม โฮะๆๆๆๆ
     
    ถึงก่อนพวกที่เดินไปบางกลุ่มซะอีก
     
    ที่แน่ๆ ถึงก่อนแปม เหะๆๆๆ
     
    เรานอนห้องเดียวกะแปม พี่มิ้นและก้อฮุง
     
    เคาน์เตอร์โรงแรมทำเราปวดหัวจิงๆ คือทุกคนต้องเอาป้ายชื่อให้เค้า
     
    แล้วก้อรอเซนชื่อ
     
    แล้วเดกไม่ใช่น้อยๆ วุ่นวายเจงๆ
     
    เซนเสดแล้วก้อต้องเอาคีย์การ์ด
     
    ไอคุนพนักงานก้อบอกว่ามีคนเอาไปแล้ว
     
    เราถามแปม ฮุง พี่มิ้นก้อยังไม่มีใครเอาไปซักคน
     
    รอตั้งนานนนน กว่าจาได้ขึ้นห้อง
     
    ห้อง 4212 4112 4012 ซักอันอ่ะ แอบลืม
     
    ในห้องมี 3 เตียงอ่า 2 เตียงเดี่ยว 1 เตียงคู่
     
    เตียงคู่จาอยู่ในห้องแยกออกมา ก้อจามีห้องน้ำ 2 ห้อง
     
    เรากะแปมนอนไอห้องแยกอ่า
     
    โฮ้ยยยย สบายจริง
     
    เก็บของเสดเรียบร้อย ก้อรื้อหนังสือ+สารพัดชีทออกมา
     
    อืมมม กองโตแฮะ ของเราว่าเยอะแระ ของแปมนี่ยิ่งกว่า
     
    แล้วเราก้อนอนกองอ่านหนังสืออยุ่บนเตียงโดยไม่คิดจาอาบน้ำ
     
    โสจิงๆเรยตู
     
    แล้วเจ๊จินิสก้อโทรมา นัดกันว่าจามาอ่านหนังสือด้วยกัน
     
    เรากะแปมลงไปข้างล่าง ชั้น3
     
    ห้องจินิสน่ะอยู่ตรงกะห้องเราพอดี แค่คนละชั้น
     
    อยุ่กะหวา เบล จุ๊บจิ๊บ
     
    ถึงหน้าห้องเราก้อเคาะประตู...เสียงดังมากกกก
     
    ใครไม่รุ้เปิดประตูให้ แล้วเราก้อยืนคุยกานคาประตู
     
    แล้วประตูเบื้องหลังเราก้อเปิดออก!!!!!
     
    ฝรั่งสูงวัยมีเคราเฟิ้มๆนิดนึง โผล่หน้าออกมาแล้วพูดกะเราเปนภาษาปะกิด
     
    ปามานว่า เงียบๆหน่อยได้มั้ย คนจาหลับจานอน
     
    เรายังฟังไม่จบประโยคเรยด้วยซ้ำด้วยความตกใจ ก้อรีบเผ่นเข้าห้องจินิส ปิดประตูเรียบร้อย
     
    เหอๆๆๆ รุ้สึกเสียวหน่อยๆ
     
    ตอนนั้นไม่รุ้เรยว่าเค้าจามาเปนศัตรูคู่อาฆาตของพวกเราศูนย์เทพ เหอๆๆๆ
     
    อาฮะ หลังจากนั้นเรา แปม จินิส ก้อยกขบวนขึ้นมาบนห้องเรา
     
    ปิดประตูสุมหัวกันอ่านหนังสือ
     
    คือพรุ่งนี้สอบแลบงัย แล้วเราก้อไม่รุจาอ่านไรดี
     
    ก้ออ่านไปเรื่อย แต่ที่ไม่ได้อ่านคือ ชีทแผ่นสำคัญ แถมยังลืมเอามาอีกตะหาก T o T
     
    อ่านไปเรื่อยจนซัก 5 ทุ่มไม่ก้อเที่ยงคืน จินิสก้อกลับห้อง
     
    เราไปอาบน้ำก่อน แล้วออกมาอ่านอาไรจุกจิกต่อ
     
    ถึงจาบอกว่าอ่านก้อเถอะ จิงๆก้อเหมือนไม่ค่อยได้อ่านอ่ะ
     
    ตรงนี้เราจำไม่ค่อยได้แฮะ
     
    แต่เอาเปนว่าหลังจากนั้น เราก้อนอน
     
    ตอนนั้น พี่มิ้นกะฮุงยังไม่นอนเรย
     
     
    ****************
     
    เบื่อยัง ยังเหลืออีกตั้งหลายวันแน่ะ
     
    นี่จบไปวันเดียวเองง่ะ
     
    ***************
     
    เช้าวันต่อมา.....
     
    เราก้อตื่นขึ้น เพราะพี่มิ้นท์มาปลุก
     
    อืมม ปามานตี 5 ครึ่งล่ะมั้ง ไม่แน่ใจ
     
    เค้านัดที่ห้องอาหารโรงแรม 6โมงครึ่งหรือ 7 โมงเนี่ยแหละ
     
    แล้วเราก้อปลุกแปมต่อ
     
    ตอนนั้น รุ้สึกพี่มิ้นท์จาอาบน้ำเสดแล้ว ใส่ชุดนร.เรียบร้อย
     
    ตื่นเช้าจิง ทั้งที่นอนดึกกว่าเราซะอีก
     
    แปมอาบน้ำก่อนเรา ออกจากห้องน้ำก้อตอนปามาน 6 โมงก่าๆ - -"
     
    เราก้อเรยรีบอาบติดสปีดเรยทีเดียว เพราะพี่มิ้นท์กะฮุงน่ะ รอเราอยุ่
     
    พอทุกอย่างเรียบร้อย ก้อเดินไปที่ห้องอาหาร
     
    หู้วว เดกลงมากานเยอะแระ ก้อเราสายหนิ - -"
     
    อาหารเช้าโรงแรมก้อเปนบุฟเฟ่ต์อ่ะ ง้ำๆๆ
     
    เรากินไข่คน เบคอน ไส้กรอก มันทอด ขนมปัง ข้าวผัดนิดหน่อย
     
    ข้าวผัดจืดสุดๆ เบคอนก้อเกือบอร่อย มานไม่ค่อยเกรียม ไม่ค่อยเยิ้มมันอ่า
     
    รีบกินแล้วก้อไปต่อแถวรอจาเดินไปมศว.ที่หน้าโรงแรม
     
    แล้วเราก้อนึกได้ว่ายังไม่ได้คืนคีย์การ์ดเรย
     
    ก้อเรยฝากพี่เลี้ยงไปคืน
     
    แล้วก้อรอสมาชิกกลุ่ม
     
    เอาตรงๆ ก้อรอปิงปองอ่ะแหละ ไอนี่ชักช้า
     
    กลุ่มเราก้อเลยเดินไปกลุ่มสุดท้าย
     
    จิงๆคงจามีรายละเอียดอาไรนิหน่อยๆ แต่เราจำได้ไม่ชัวร์ก้อไม่อยากเขียน เด๋วหน้าแตก
     
    อย่างเช่นพวกบทสนทนาไรปามานเนี่ย
     
    เปนว่าทั้งกลุ่มนั้น เราคุยกะหวาเยอะสุด
     
    เอาล่ะ ถึง มศว. แระ
     
    เค้าก้อเกณฑ์เราไปนั่งใต้ตึก 19 ที่เรียนแลบน่ะ
     
    อืม บรรยากาศแอบเครียดนะ
     
    แต่เรานี่แบบว่า กุไม่อ่านแระ อยากสอบเร้วๆๆๆ
     
    มีคนมาบอกว่า นี่ๆศูนย์อื่นเค้าท่องชื่อกระดูกกบกันแหละ
     
    ศูนย์เราก้อ เหอๆๆ ท่องมัยว่ะ เว่อจิงๆ
     
    พอได้เวลา เค้าก้อพาเราขึ้นไปบนตึก ไปนั่งรอในห้องข้างๆ
     
    การสอบแลบจาแบ่งเปน 4 เรื่อง คือ Cell, Plant physio, Animal Physio, plant+animal taxo+ecology
     
    แต่ละกลุ่มสีก้อจาผลัดกันสอบ เรียงไปเรื่อยๆ
     
    เรื่องแรกที่เราเจอ คือเรื่อง เซลล์
     
    ไม่อยากจาพูดถึงเร้ยยยย
     
    พอเข้าไปนั่งปุ้บ เริ่มสอบ มีเวลา 40 นาที เราเริ่มอ่านโจทย์...
     
    แมร่งงงง กุเอ๋ออ่า
     
    บนโต๊ะแลบ มีกล่องจุลทรรศน์ สารในหลอดเล็กๆ เครื่องมือประหลาดๆที่มีวิธีใช้มาให้ด้วย แล้วก้อไมโครปิเปต
     
    ทำงายเดวะ แอบเหลือบมองหวาที่นั่งข้างๆ ก้อเหนกาลังเขียนยุกยิกๆ
     
    ไม่มีใครเริ่มทำแลบเรย ทุกคนพยายามตอบคำถามก่อน
     
    เออ เอาวะ แล้วเราก้อนั่งงม
     
    อืมม วาดกราฟๆ เอาข้อมูลในตารางใส่ลงไปเลยม้างง แต่มานโหว่อยู่นา
     
    ช่างมาน ไม่พลอตละกัน
     
    ให้หาเวลาที่ใช้ในการแบ่งเซลล์เรอะ
     
    อืมม ตารางนี้ให้มาทำไมอ่ะ  หาไงหว่าไอที่โหว่ๆ เนี่ย
     
    หน้าแรก...โบ๋
     
    ไหนดูหน้าหลังดิ อาจจาทำได้
     
    อืมมมม ให้หาความหนาแน่นจากการทำแลบ แล้วเขียนตาราง อ่อออออ ทำแลบละกัน
     
    หยิบไมโครปิเปตขึ้นมาเสียบทิบ แล้วลองกดๆ
     
    เอ...เราต้องปรับมั้ยหว่า ไม่ปรับแล้วกัน เด๋วเจ๊ง
     
    อืมม ดูดสารขึ้นมา หยดบนสไลด์พิเศษ แล้วก้อปิดโคเวอร์กลาส
     
    หวาๆๆๆ ฟองอากาศเพียบเรย เอาวะๆ ส่องๆ
     
    เออ ไอของประหลาดนี่ก้อดูใช้ง่ายนี่หว่า
     
    พอเอาไปส่อง เราก้อเหน..จุดดำๆเบ้อเร่อเรย
     
    โห ไอเซลล์มะเร็งนี่มานใหญ่ควายขนาดนี้เลยหยอ เพิ่งจาใช้ 10x เองนะ เอาเหอะ
     
    นั่งนับๆจุด นับได้แค่ 5 จุดเองง่ะ
     
    หรือว่าจาทำผิด ลองทำใหม่ดีก่า เค้ามีน้ำยาล้างเผื่อทำผิดด้วยหนิ
     
    เอ ล้างงัยล่ะเนี่ย เอามาเทๆราดๆแล้วเอาทิชชูเช็ด
     
    เหยอออ เลอะมือเราด้วยแหะ กลิ่นยังกะน้ำยาล้างเล็บ
     
    อะๆทำใหม่ หวายยยย เวลาจาหมดแล้ว ในกระดาษยังขาวสะอาดอยุ่เรย
     
    มีฟองอากาศอีกแระ ไม่ทำแล้ววุ้ยช่างมาน
     
    เดาๆๆๆๆๆเติมให้เต็มดีก่า แต่คำถามมานนี่เติมยากจัง
     
    อ๊ะ หมดเวลา
     
    คนเริ่มทยอยออกกันแล้ว และเราก้อปลงแล้วล่ะ
     
    อืมมม ถ้าพาร์ทนี้เราได้ 0 จาต้องทำพาร์ทอื่นให้ได้เท่าไรถึงจามีโอกาสได้หว่า
     
    แล้วเราก้อส่งๆไปเรย ไอกระดาษขาวๆนั่นแหละ - -"
     
    เหนื่อยชิบเป๋ง
     
     
    ************
     
    เอาแค่นี้ก่อนละกัน
     
    แค่นี้ก้อยังยาวใช่มะ - -"
     
     
    *************
     
    ความทรงจำจาเปนสิ่งที่จับต้องได้
     
    ...ที่นี่...
     
     
     
     
     
     
     
    6/10/2006

    คนแปลกหน้า คือ ตัวเอง

     

    เบื่อว่ะ

     

    เบื่อตัวเอง

     

    เบื่อสมองไร้รอยหยัก

     

    เบื่อใจโลเล

     

    เบื่อตาที่ชอบปิด

     

    เบื่อมือที่ขี้เกียจ

     

    เมื่อไหร่เราจาเปนคนที่ดีเหมือนคนอื่นเค้ามั่ง

     

    เมื่อไหร่เราจาชนะกิเลสได้ซักที

     

    *************

     

    ทั้งที่อยากจาอัพสเปซ

     

    แต่กลับนึกไม่ออกว่าอยากเขียนอาไร

     

    บันทึกความทรงจำ หรืออาไรดีน้า

     

    *************

     

    ทุกคนที่เข้ามาอ่านสเปซเราอ่ะ

     

    คิดว่ารุ้จักเรามากแค่ไหน

     

    ไม่มีทางเลยเนอะที่เราจารุ้จักคนๆหนึ่งในเวลาสั้นๆ

     

    บางครั้ง..เวลาทั้งชีวิตก้ออาจจาไม่พอ

     

    แค่ตัวเองที่คิดว่ารุ้จักตัวเองดี...ก้อยังไม่รุ้จัก

     

    บางวัน บางเวลา เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรุ้สึกเหมือนตัวเองเปนคนแปลกหน้า

     

    ทั้งที่คิดว่ารุ้จักตัวเองดีแล้วแท้ๆ

     

    ทั้งที่เหมือนจาเข้าใจในตัวตนของตัวเอง

     

    ทั้งที่รุ้นิสัยของตัวเองดีกว่าใครๆ

     

    แต่กลับ...ไม่ใช่

     

    เราเคยคิดว่าเราเปนคนเข้มแข็ง มั่นคง

     

    แต่บางเวลาเราก้ออ่อนแอมากๆ ทำตัวเหลาะแหละ

     

    คิดว่าเรามุ่งมั่น

     

    แต่บางครั้งก้อลืมเลือนจุดมุ่งหมายไป

     

    เราว่าเรามีความคิด รุ้ถูกผิด อะไรควรไม่ควร

     

    แต่ก้อยังทำตัวเรื่อยเปื่อย ไร้สาระ ประมาทหนทางข้างหน้า

     

    ยังทำให้คนอื่นเสียใจอยุ่บ่อยๆ

     

    ยังดูไม่น่าไว้วางใจ ยังทำให้ใครๆผิดหวัง

     

    *******

     

    ถ้าเราเริ่มเฉื่อยชา ปลงตก จิตใจใฝ่ธรรมะเมื่อไหร่

     

    เหมือนเปนสัญญาณอันตราย

     

    ว่าการงานทุกอย่างที่ต้องทำน่ะ ล่มแน่ๆ

     

    เพราะเราจาเริ่มคิดว่า

     

    นี่เราทำอะไร เราดิ้นรน ขวนขวาย ต่อสู้ไปเพื่ออะไรกัน

     

    เกียรติยศ ชื่อเสียง ความสำเร็จพวกนั้นน่ะ

     

    สำคัญกับเราจริงๆหรอ

     

    การมีชีวิตอย่างมีความสุขน่ะ

     

    ของพวกนั้นจำเป็นกับเราจริงๆน่ะหรือ

     

     

    ***************

     

    เราได้คำตอบแล้วล่ะ...

     

    ตราบใดที่เรายังอยุ่ในทางโลก

     

    ยังมีชีวิตที่อยุ่ในสังคมเบี้ยวๆนี่

     

    ก้อยังต้องฝ่าฟันต่อไป

     

    เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในสังคมแบบนี้นะ

     

    มีเฉพาะผู้ชนะเท่านั้นที่จะได้รับ

     

    คนที่อ่อนแอ โง่เง่า เหลาะแหละ

     

    ก้อจาต้องถูกเหยียบย่ำ เพราะคุณค่าของคนตีค่าจากความสำเร็จ

     

    กฏของสังคมนี้ คือ ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความบากบั่น ขยัน อดทน ถือเปนที่สุด

     

    ...สังคมนี้บูชาความสำเร็จ

     

    ***************

     

    อ่านมาถึงตรงนี้อย่าพึ่งคิด...ว่าเรามองโลกในแง่ร้าย

     

    สังคมที่ว่านี้ก้อเปนแค่ส่วนนึงของสังคมใหญ่

     

    เปนแค่ส่วนหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ

     

    มันก้อแค่ว่า ถ้าอยากอยู่ในนี้...ก้อต้องเข้าใจกฏ

     

    ...ก้อเท่านั้น...

     

     

    ส่วนการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขน่ะ

     

    มันก้อขึ้นอยู่กับสังคมอีกนั่นแหละ

     

    เรามองว่า โลกใบนี้มันมีสังคมที่หลากหลาย และก้อมีกฏเกณฑ์ต่างๆกันไป

     

    อย่างที่เราพูดถึงตะกี้..ก้อเปนสังคมหนึ่ง

     

    ถ้าเปนสังคมของคนกลุ่มอื่น อาจบูชาเงินทองก้อได้

     

    กฏของสังคมนั้นอาจจาเปน รวยที่สุดยิ่งใหญ่ที่สุด

     

    หรือสังคมที่ยกย่องความดี

     

    กฏก้ออาจจาเปน คนดีเป็นที่รัก คนชั่วเราชิงชัง

     

    ทุกสังคมมานก้อมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

     

    อยุ่ที่ว่าเราจาอยุ่ในสถานะอะไร

     

    บทบาทของเราคืออะไร

     

    เราเองมีหน้าที่ต้องทำในทุกๆสังคม

     

    ถ้าเราเปนคนรวย แต่ดันโง่ ทำอะไรไม่เปนเรื่องซักอย่าง มีน้ำใจสุดๆ แบบนางเอกละครน้ำเน่า

     

    ในสังคมบูชาความดี เราอาจจาเปนที่รัก ที่ชื่นชม

     

    ในสังคมบูชาความสำเร็จ เราอาจจาถูกเหยียบได้

     

    ในสังคมบูชาเงิน เราก้อคงจาใหญ่คับฟ้าเลยทีเดียว

     

    คงเดาออกใช่มั้ยว่าการใช้ชีวิตแบบมีความสุขน่ะ ต้องให้ความสำคัญกับสังคมไหน

     

    ใครจะมีความสุขที่ถูกคนอื่นเหยียบกันล่ะ

     

     

    ************

     

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...

     

    ทุกอย่างยืดหยุ่นได้เสมอ

     

    **********

     

    อุ้ยยยย คิดอะไรออกไป

     

    ยาวเหยียดเลยแฮะ - -"

     

    ก้อนี่แหละ คนแปลกหน้าอีกคนนึง

     

    พรุ่งนี้ เราจาเปนแบบไหนกันนะ

     

    น่าสนใจดีเหมือนกันเนอะ ^ U ^

     

    เอ๊ะ นั่นใครอีกคนแล้วล่ะ

    ..............................

    ........................

    .................

    .............

    .........

    ....

     

     

    **************

     

     

    6/9/2006

    ความหลังเมื่อครั้งโน้นนนนน+ระหว่างแมทช์

     
    โอ๊ยยยย มีเรื่องอยากคุยมากมาย
     
    ************
     
    อยากเล่าเรื่องในค่าย สอวน.2...
     
    ...ค่าย3ที่ไปแข่ง
     
    ...วันก่อนเปิดเทอมที่ไปเที่ยวกะเพื่อนๆ
     
    ...วันอานันทที่จุฬา
     
    ...ไปเที่ยววัดกะเพื่อน
     
    และตอนนี้!!!
     
    กาลังดูบอล เยอ-คอส
     
    ตอนนี้ 2-1 แระ
     
    เตะกันง่ายเหลือเกิน
     
    พึ่งจา 40 นาที
     
    กองหลังเยอนี่รั่วจัง
     
    อ่า....จบครึ่งแรกแระ
     
    ********
     
    เล่าเรื่องไรก่อนดี...
     
    เอาที่ไปแข่งค่าย3 ละกัน
     
    ก้อไปที่มศว.วันที่ 29 เม.ย.
     
    นานเเล้วเหมือนกานเนอะ
     
    วันนั้น ป๊าไปส่งล่ะ ก้อมีกระเป๋าเสื้อผ้านี่นา
     
    เราน่ะ ยัดทุกอย่างลงกระเป๋าได้หมดเรย เก่งป่ะ โฮะๆ
     
    ป่าวหรอก - -"
     
    กระเป๋าเรามานใหญ่น่ะ
     
    ถ้าจำไม่ผิดเค้านัด 10 โมง
     
    ก้อไปก่อนเวลานิดนึง
     
    พอไปถึงนะเจอเพื่อนๆเพียบเรย
     
    เจอฮุง เบล แล้วก้อแปม
     
    เค้านัดที่ตึกวิจัยฯ เราก้อขนกระเป๋าไป
     
    นัดแนะการกลับบ้านกับแม่เสด ป๊า แม่ น้องก้อกลับไป
     
    ฝากกระเป๋ากับพี่
     
    เอ่อ ขอเวลานอก
     
    ขณะนี้ บอลเริ่มครึ่งหลังแล้ว สกอร์ 3-1 แย้วจ้า
     
    เยอนำๆๆ
     
    อ่ะๆๆๆต่อๆๆๆ
     
    ฝากกระเป๋าเสดก้อลงทะเบียน
     
    แจกกระเป๋าด้วยนะ แล้วก้อมีรายชื่อคนทั้งค่าย แบ่งเปนกลุ่มๆ
     
    4 กลุ่มแน่ะ มีสีเหลือง เขียว น้ำเงิน แดง
     
    ป้ายชื่อห้อยคอจาเปนสีนั้นๆ
     
    อย่างเราอยุ่สีเหลือง แปมอยุ่สีเขียว จินิสอยุ่สีน้ำเงิน
     
    ขอเวลานอกกกกกกกกกก
     
    3-2 ว่ะ คอสยิงเข้า
     
    บอกแล้วว่ากองหลังเยอมานรั่วววววววววววว
     
    ฮึ้ยยยยย เหนแล้วหงุดหงิด
     
    ........
     
    เฮ้ยยยยย
     
    4-2 แระ
     
    ทอร์สเทน ฟริงค์ เตะไซด์ก้อยอ่า
     
    ..............
     
    จบแล้วว่ะ บอลอ่ะ
     
    เยอชนะ 4-2
     
    ...........
     
    อ่ะๆๆ ต่อๆๆดีก่า เด๋วไม่จบ
     
    สีเหลืองที่เราอยู่น่ะ แบ่งเปนกลุ่มย่อยอีกนะ
     
    เราได้อยุ่กับหวา ปิงปอง พี่ต่อ ต้น และก้อเดกมหิดลอีกคน
     
    พอลงทะเบียนเสด ก้อไปนั่งรอในห้องอาหาร
     
    รอเวลาเปิดงานน่ะ
     
    ก้อ...ปามานเที่ยงๆบ่ายๆ  - -"
     
    แล้วจาให้กรุมาแต่เช้าทามมายเนี่ย
     
    อ่านะ แล้วก้อกินข้าวเที่ยง นั่งโต๊ะเดียวกะปิง แตม พี่ต่อ
     
    ศูนย์เทพด้วยกันต้องสามัคคีไว้
     
    ส่วนพวกเตรียมก้อนั่งไปโต๊ะนึง
     
    พอกินเรียบร้อยก้อเข้าหอประชุม
     
    มีพิธีเปิดน่าเบื่อมากมาย พูดอารายก้อม่ายรุ
     
    แต่ละคนนี่ยานๆนานๆกานทั้งน้าน
     
    เกินครึ่งอ่ะที่หลับ เราว่านะ
     
    เราก้อหนึ่งในนั้นแหละ
     
    หลังจากยานๆนานๆเสด ก้อมีการถ่ายรุปร่วมกาน
     
    อ้อลืมบอกไป พิธีกรในงานน่ะ อ.นลินา ที่สอนเรื่องเซลล์ที่มศว.อ่ะ
     
    จบงานเปิด ก้อไปกินของว่างกัน ^o^
     
    เปนเค้กแหละ เค้กกะไมโลชงๆ
     
    แปมทำหน้าแปลกจัยที่เราชงไมโลใส่หมดห่อ
     
    แถมยังใส่น้ำแค่ครึ่งแก้ว ก้อเราชอบกินหวานๆง่ะ
     
    ปิงก้อครึ้มอารายม่ายรุ
     
    เที่ยวไล่ถ่ายรุปคนกาลังกิน 555+
     
    พี่ต่อป้องกันสุดชีวิต ปามานว่าพี่ท่านกัวจาโดนถ่ายรุปมากมาย
     
    แค่ถ่ายเฉยๆยังไม่ยอมให้ถ่าย กัวโดนดูดวิญญาณรึไงไม่รุ
     
    ขำๆดีอ่ะ
     
    แล้วเราก้อโดนต้อนเข้าหอประชุมอีกครั้ง
     
    คราวนี้มีอาจานมาพูดเรื่องการสอบ
     
    ว่าจาสอบ 2 วันนะ แบ่งเปนแลบกะทฤษฎี
     
    มีกี่คะแนน แบ่งเปนกี่ข้อ ปามานนั้น
     
    แล้วก้อมีอาจานมาแนะนำพี่เลี้ยงของแต่ละกลุ่ม
     
    สีเหลืองมีพี่แนน พี่โค้ก และก้อพี่อีก 2 ที่จำชื่อไม่ได้อ่ะค่ะ
     
    ^ ^"
     
    ขออภัยเจงๆ
     
    อยากเขียนต่อให้จบนะ แต่...
     
    ม่ายไหวแล้วอ่า..ปวดหัวสุดๆ
     
     
     
     
    ************
     
    บ๊ายบายนะ ยังไงก้อจามาอัพให้จบ
     
    บันทึกความทรงจำใส่สเปซ
     
    ความทรงจำดีๆทั้งหลาย...จะไม่เลือนหายไป
     
    อาจไม่สามารถเก็บทุกคำไว้ในนี้ได้
     
    เพราะบางคำบางเรื่องเผยแพร่ไม่ได้ เก็บไว้ในใจพอ
     
    แต่ก้อคือความสุขนึงในชีวิตสั้นๆของเรา
     
    ....ความสุข....
     
     
     
     
    ***************
     
    ตกลงการบ้านกุไปหนายว้า หายไปแระอ่า - -"
     
     
     
     
     
     

    ความบ้าคลั่งของเรา บ้าจิงๆๆ

     
     
    ก่อนอื่นนะ ก้อต้องบอกว่า ทรงพระเจริญ...
     
    เพราะว่าวันนี้เป็นวันครบรอบที่ในหลวงทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
     
    วันนี้ในหลวงออกมหาสมาคมที่สีหบัญชรที่พระที่นั่งอนันตสมาคมด้วย
     
    คนงี้เพียบเรยอ่า อยากไปๆๆๆมากมาย แต่ก้อมะด้ายไป- -"
     
    ง่า...แบบว่าตื่นสาย และๆๆๆวาดรูปอยู่อ่า
     
    และนี่คือความบ้าคลั่งของเราในขณะนี้!!!!!!!
     
    **********
     
     
     
    เหอๆๆๆ เมื่อวานซืนอ่า เราไปเช่าการ์ตูนมาอ่านแหละ
     
    หนุกโคดๆๆๆๆ เราโคดชอบเรื่องนี้เรยอ่า ทรินิตี้ บลัดอ่ะ
     
    เราเริ่มอ่านเล่ม1 เพราะพี่เอามาให้อ่าน อ่านแล้วชอบมั่กๆ
     
    และหลังจากนั้นเราก้อไม่ได้อ่าน ไม่ได้ติดตามว่าออกเล่ม2รึยัง
     
    รุ้ตัวอีกทีก้อออกไปถึงเล่ม5 แล้วอ่า - -"
     
    เก๊าะเลยไปร้านเช่า ซึ่งก้อมีครบทุกเล่มยกเว้นเล่ม2
     
    เนื่องจากว่าเรามีประสบกานเกี่ยวกะการอ่านการ์ตูนข้ามเล่มไปมา
     
    คราวนี้ก้ออยากอ่านตามลำดับมั่งอ่ะ
     
    ก้อเลยรอ รอให้เล่ม2 กลับมาจาได้(ให้เพื่อน)เช่า
     
    วันต่อมาเราไปร้านเช่าอีกครั้ง ปรากฏว่า....
     
    แม่งหายไปหมดเรยว่ะ ไม่เหลือซักกะเล่ม
     
    และวันต่อๆๆมาอีกหลายครั้งที่เราไปร้านเช่า
     
    ก้อไร้เงา ทรินิตี้บลัดทั้ง 5....
     
    และแล้ววันหนึ่ง เพื่อนผู้แสนดีก้อได้หยิบยื่นทรินิตี้บลัดมาให้เรา
     
    .....แต่เป็นเล่ม 5 นะ
     
    เราก้อไม่ขัดศรัทธา อ่านมันจบนั่นแหละ
     
    โฮะๆๆๆๆๆหนุกหนานมากๆๆๆๆ
     
    อ่านแล้วพลังวายมานพลุ่งพล่าน
     
    ราดูว์ กะ อิออน อ๊ากกกกกกกกก!!!! วายกระจายสุดๆ
     
    จนกระทั่งต่อมา...เมื่อวานซืนนี่แหละ
     
    ที่เราได้พบกับ.....ทรินิตี้บลัด.....เล่ม 1, 3, 4, 5
     
                        ( - -")
     
    แต่มานทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยยย
     
    ไหนๆก้ออ่านข้ามไปซะขนาดนี้แล้ว
     
    ข้ามเล่ม2 จะเปนไร
     
    ก้อเรยเช่าเล่ม 3, 4 มา
     
    และก้อเปนบ้าไปเรยเรา >.<
     
    ก้อราดูว์มานเท่อ่ะ ยิ่งตอนที่ทรยศอิออนนะ โคดชอบเรย
     
    [เพื่อนมานว่าเราโรคจิต ชอบการหักหลัง - -" แต่มานได้ฟิลดีนะเฟ้ยเราว่าอ่ะ]
     
    ชอบราดูว์!!!!!ชอบอิออนด้วย สวยมากๆๆ
     
    ชอบอาเบล!!!! ชอบเทรสคุง!!!!! ชอบเอสเทล!!!!
     
    แล้วเล่ม4 ดีทรีทฮีก้อโผล่มาล้วยอ่า สวยกว่าเล่ม1เยอะเรย^ ^
     
    กร้ากกกกกกกกก ซาหรุปชอบหมดเรย
     
    ดูรูปเสะ สวยๆทั้งน้านนน
     
    **********
     
     
    คือ เราน่ะเปนโรคจิตอย่างหนึ่ง
     
    ถ้าได้อ่านการ์ตูน เราจาอยากวาดรูปมากๆๆ
     
    คืนนั้นก้อเลยนอนเที่ยงคืน เพราะนั่งวาดรูปเนี่ยแหละ
     
    เมื่อคืนก้อ...วาดรุปถึงเที่ยงคืน = . =
     
    ส่วนวันนี้ แหะๆๆ ก้อวาดรูป..ตอนเช้าอ่ะ
     
    ************
     
    แล้วการบ้านกองโตเราเอาไปทิ้งหนายวะ???